ความนิยมในร้านกาแฟพรีเมี่ยมส่งผลให้มีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น

11

กาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่มีกลิ่นและ รสเป็นเอกลักษณ์ และเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลกจำนวนมากมาช้านาน ถึงแม้ว่า กาแฟจะไม่ได้เป็นเครื่องดื่มที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย แต่กาแฟก็เป็นเครื่องดื่มที่คนไทยรู้จักและบริโภคมาเป็นเวลานานไม่ต่ำกว่า 150 ปีแล้ว โดยในประเทศไทยมีการปลูกกาแฟหลายพันธุ์ มีการพัฒนาวิธีการนำกาแฟมาผลิตเป็นเครื่องดื่มในลักษณะต่างๆ และมีรสนิยมการบริโภคกาแฟที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น โอเลี้ยง กาแฟเย็น หรือกาแฟโบราณที่ใช้ถุงกาแฟชง ซึ่งแตกต่างไปจากรสนิยมของต่างชาติที่นิยมบริโภคกาแฟกันอย่างแพร่หลาย อย่างสหรัฐอเมริกาหรือยุโรป เป็นต้น

ปัจจุบันธุรกิจร้านกาแฟเป็นธุรกิจ ที่มีอัตราการขยายตัวสูง ผู้ประกอบการขนาดย่อมมีการปรับปรุงธุรกิจของตนเอง รวมทั้งมีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาอีกเป็นจำนวนมาก ถึงแม้กาแฟจะเป็นเครื่องดื่มที่มีจำหน่ายและเป็นที่รู้จักในประเทศไทยมาเป็น เวลานาน แต่ลักษณะความนิยมและพฤติกรรมการดื่มกาแฟของคนไทย จะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างไปจากชาวต่างประเทศ

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดการณ์ว่ามูลค่าผลิตภัณฑ์กาแฟในปี 2548 เท่ากับ 21,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นปริมาณที่เติบโตมากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ นับจากปี 2545 และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 10 โดยแยกเป็นกาแฟผงสำเร็จรูป 9,300 ล้านบาท กาแฟกระป๋อง 7,000 ล้านบาท และร้านกาแฟพรีเมี่ยม 4,700 ล้านบาท ตามลำดับ

เมื่อพิจารณาเฉพาะร้านกาแฟพรีเมี่ยม จะเห็นได้ว่า ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นอย่างต่ำ 500 ล้านบาทต่อปี เริ่มจาก 3,000 ล้านบาทในปี 2545 เพิ่มขึ้นเป็น 3,500 ล้านบาทในปี 2546 ขยับเป็น 4,000 ล้านบาทในปี 2547 ที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 4,700 ล้านบาทภายในปี 2548 เนื่องมาจากปริมาณร้านกาแฟพรีเมี่ยมที่เปิดตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผู้บริโภคหันมาดื่มกาแฟคั่วบดแทนกาแฟผงสำเร็จรูปมากขึ้น

ความนิยมในร้านกาแฟพรีเมี่ยมส่งผลให้มีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านช่องทางการจำหน่าย ซึ่งส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการในพื้นที่ร้านค้าสมัยใหม่หรือ Modern Trade ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต ดิสเคาน์ทสโตร์ ทำให้เกิดการแย่งพื้นที่ทำเลดี ทำให้ต้นทุนในการขยายสาขาแต่ละแห่งเพิ่มสูงขึ้น ทางผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์โดยการเน้นความหลากหลายและสร้างความแตกต่าง โดยขยายสาขาเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย โดยทำเลนอกร้านค้าสมัยใหม่ที่น่าสนใจ คือ ปั๊มน้ำมัน โรงภาพยนตร์ รถไฟฟ้า ศูนย์แสดงสินค้า ร้านหนังสือ โรงพยาบาล สถานออกกำลังกาย สถานีรถไฟฟ้า และท่าอากาศยาน

กาแฟขี้ชะมดเป็นธุรกิจที่ทำงานได้มากในประเทศไทย

amazingorigins.net

กาแฟ เป็นเครื่องดื่มสุดโปรดที่ใครหลายคนชื่นชอบ ด้วยรสชาติที่มีความเข้มข้น หอมกรุ่น ทำให้เป็นเครื่องดื่มที่ขาดไม่ได้โดยเฉพาะคนวัยทำงาน  ทำให้ในทุกวันนี้วัฒนธรรมการดื่มกาแฟเข้ามามีบทบาทในสังคมมากขึ้นทุกวัน และร้านกาแฟหลากหลายแบรนด์ในต่างประเทศต่างเข้ามาเปิดกิจการในไทย โดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้า รวมไปถึงร้านกาแฟตามท้องถนน ทำให้ผู้บริโภคสามารถดื่มกาแฟได้ทุกที่ทุกเวลา

ถ้าพูดถึงกาแฟที่มีราคาแพงที่สุดในโลก หลายคนคงรู้จักกาแฟขี้ชะมด ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย โดยมีประวัติมาช้านาน ในอดีตได้มีบันทึกไว้ว่า ชะมดกินกาแฟเข้าไปแล้วถ่ายออกมา ด้วยความเสียดายทำให้ชาวอินโดนีเซียนำไปล้างทำความสะอาดก่อนนำไปตากแห้งแล้วคั่ว เมื่อนำไปดื่มแล้วจึงรู้ว่ามีรสชาติดี โดยเจ้าชะมดเลือกจะกินเฉพาะผลกาแฟที่สุกดีแล้วเท่านั้น ซึ่งเท่ากับว่ามันจะช่วยคัดสรรเมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพด้วยเลยในขั้นตอนเดียว  เมื่อชะมดกินเข้าไปแล้ว ผลกาแฟจะย่อยอยู่ในกระเพาะของมัน ราวหนึ่งวันครึ่ง ก่อนที่จะถ่ายออกมาเป็นเมล็ดกาแฟ  นับว่าเอนไซม์ในท้องของมันย่อยกาแฟทำให้เกิดการหมักบ่มจนได้ที่ ด้วยกรรมวิธีการผลิตที่ยากจึงทำให้กาแฟชนิดนี้มีราคาสูง จะเห็นว่าด้วยความหายากและการผลิตที่ยากลำบาก กาแฟขี้ชะมดนี้จึงมีราคาแพงมาก แม้แต่ในสมัยยุคล่าอาณานิคม และในปัจจุบันนั่นเอง

สำหรับประเทศไทยก็มีกาแฟขี้ชะมดจำหน่ายเหมือนกัน นั่นก็คือกาแฟขี้ชะมดดอยช้าง ซึ่งมีความแตกต่างจากที่อื่นตรงที่ได้มาจากชะมดป่าไม่ใช่ชะมดเลี้ยงอย่างในหลายประเทศ จึงทำให้กาแฟขี้ชะมดดอยช้างได้รับการยกย่องจากนักบริโภคว่า เป็นอันดับหนึ่งของโลกในหลายๆเวทีประกวด เพราะมีกลิ่นหอมคล้ายน้ำผึ้งผสมผลไม้ ไม่มีรสขม ดื่มแล้วจะชุ่มคอเป็นเวลานาน ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจึงทำให้กาแฟขี้ชะมดมีราคาที่สูงมากตกอยู่ท่กิโลกรัมละ 60,000 บาทเลยทีเดียว หรือตกแก้วละ 900 บาทเลยทีเดียว ทำให้ธุรกิจกาแฟขี้ชะมดเป็นธุรกิจทำเงินได้มากในประเทศบ้านเรา

การลดความอ้วนด้วยกาแฟ

กาแฟสามารถเปลี่ยนไขมันในร่างกายของมนุษย์เป็นกรดไขมัน

หลังจากออกกำลังกายแล้วจะถูกขับถ่ายออกจากร่างกายได้ จึงมีผลในการช่วยลดความอ้วน ถ้าอยากให้มีประสิทธิผลในการลดความอ้วนที่สุด การดื่มกาแฟจะมีปัจจัยประกอบหลายอย่าง เวลาของการดื่มกาแฟถ้าอยากลดความอ้วนให้ได้ผลดีที่สุด เวลาที่ดีเหมาะสมที่สุดก็คือหลังอาหารเที่ยง ประมาณ 30 ถึง 60 นาทีหลังทานอาหารเที่ยง ถ้าดื่มกาแฟร้อนแก้วหนึ่งจะมีผลในการช่วยย่อยอาหาร แล้วถ้าออกกำลังกายที่เหมาะสมบ้าง จะสามารถช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย ช่วยให้ได้ผลในการลดความอ้วน นอกจากควรดื่มหลังอาหารเที่ยงแล้ว ก่อนออกกำลังกายแต่ละครั้งถ้าสามารถดื่มกาแฟสักแก้วหนึ่ง จะเป็นการเพิ่มประสิทธิผลของการลดความอ้วน เพราะว่ากาแฟจะช่วยเปลี่ยนไขมันในร่างกายเป็นกรดไขมัน ซึ่งการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มประสิทธิผลของกาแฟในการเปลี่ยนไขมันในร่างกายเป็นกรดไขมัน จะช่วยให้ขับถ่ายกรดไขมันออกจากร่างกายได้มากขึ้น ลดความอ้วนได้ผลดียิ่งขึ้น

กาแฟ มีคุณสมบัติในการช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันและช่วยลดน้ำหนักให้น้อยลงได้ เนื่องจากสารคาเฟอีนสามารถกระตุ้นประสิทธิภาพการทำงานของสมองให้สดใสมากขึ้น และยังช่วยลดความเหนื่อยล้าให้น้อยลงอีกด้วย ในทางการแพทย์ได้รับการยืนยันว่า กาแฟมีคุณสมบัติเป็น Thermogenesis ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเร่งการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ทำให้ไขมันในส่วนต่างๆของร่างกายถูกสลายตัวให้กลายเป็นพลังงานความร้อน นอกจากนี้ยังช่วยในการขับปัสสาวะทำให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างชั่วคราว ด้วยสรรพคุณของกาแฟดั่งที่ได้กล่าวมาแล้วในตอนต้น ทำให้ในปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารเสริมลดน้ำหนักได้มีการนำเอากาแฟมาเป็นส่วนผสมเพื่อช่วยในการลดน้ำหนักจนกระทั่งเกิดกาแฟลดน้ำหนักขึ้น

ผู้ที่ต้องการลดความอ้วนโดยการดื่มกาแฟ เพราะการจะได้ผลต้องดื่มกาแฟถึงวันละอย่างน้อย 6 แก้วขึ้นไป แต่ตามปกติแล้วการดื่มกาเเฟที่ไม่ทำให้เกิดโทษจะต้องไม่เกิน 2-3 แก้วต่อวัน นอกจากนี้ร่างกายบางคนอาจไม่สามารถทนได้กับสารคาเฟอีนจำนวนมาก ผลของคาเฟอีนอาจก่อให้เกิดอันตรายตามมาได้ การดื่มกาแฟจะเพิ่มความสามารถในการออกกำลังกายหรือไม่ จากการศึกษาพบว่าการดื่มกาแฟจะทำให้สามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น แต่การศึกษาดังกล่าวเป็นศึกษาในผู้ชายซึ่งมีคำแนะนำว่าอาจจะดื่มกาแฟสักแก้วประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนออกกำลังกาย หากดื่มมากกาแฟจะออกฤทธิ์เสมือนยาขับปัสสาวะทำให้ร่างกายขาดน้ำ ปริมาณกาแฟที่ขับออกมาทางปัสสาวะหากมากกว่า 12 micrograms/ml จะถูกห้าม

แนวทางในการเปิดร้านกาแฟเพื่อให้ประสบความสำเร็จ


ธุรกิจกาแฟขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกวัน ด้วยตลาดที่ใหญ่ก็ทำให้คนหันมาสนใจธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งส่วนใหญ่อยากเปิดร้านกาแฟเพราะมองว่ากำไรดี, คิดว่ามีอิสระ เปิด-ปิดเมื่อไหร่ก็ได้ตามใจ, อยากเป็นเจ้าของกิจการ, มีสถานที่อยู่แล้ว หรือเปิดเพราะอยากมีที่รับรองเพื่อนก็ยังมี อยากให้ข้อมูลว่าจากการสำรวจพบว่าร้านกาแฟท้องถิ่นมีอัตรารอด 20% มักพบปัญหาการลาออกบ่อยของพนักงาน หลายคนเริ่มต้นโดยขาดความรู้ ไม่มีระบบ ทำให้ตกอยู่ในสภาพรอดก็ไม่ได้-ตายก็ลำบาก นี่เป็นคำเตือนจากกูรูผู้เชี่ยวชาญธุรกิจร้านกาแฟ ว่าการจะสร้างตัวจากธุรกิจร้านกาแฟนั้นก็ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้

การทำธุรกิจร้านกาแฟสดนั้น หลัก ๆ ที่จะต้องคำนึงถึง ประกอบด้วย การตลาด ผู้เปิดร้านกาแฟต้องวิเคราะห์ว่า ตลาดอยู่ไหน ใครคือลูกค้า มีขนาดเท่าไร นอกจากนี้ต้องทราบ พฤติกรรมลูกค้า อุปนิสัย ความชื่นชอบ วิถีชีวิต เพื่อจะทราบว่าสินค้าและบริการแบบใดตรงใจกับกลุ่มเป้าหมาย และต้องพิจารณา ราคาที่คุ้มค่าและความเหมาะสม ด้วยว่าสำหรับลูกค้าแล้ว ควรอยู่ที่อัตราเท่าไร และรู้ว่า ทำอย่างไรลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำ ขณะที่ ช่องทางที่สะดวกในการเข้าถึงสินค้าและบริการ ก็ต้องคิดว่าจะเป็นอย่างไร จะต้องใช้กลยุทธ์และยุทธวิธีอะไรบ้าง

การเลือกทำเลก็สำคัญมาก ขณะที่กลยุทธ์เรื่องการโฆษณาและส่งเสริมการขาย ก็ควรใช้ให้พอดี เหมาะสม ไม่พร่ำเพรื่อ ทำเท่าที่จำเป็น และต้องมีเหตุผลสนับสนุนทุกครั้งที่จะทำ สำหรับเกณฑ์การพิจารณาเลือกทำเล มีดังนี้ ทำเลที่เลือกต้องสอดคล้องกับแนวคิดธุรกิจ, เลือกพื้นที่ค้าขายดี, เลือกจุดที่ต้องการ, รวบรวมข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และตัดสินใจเลือกทำเลร้านให้เหมาะกับสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน อาจฟังดูยาก แต่ย่อยให้เข้าใจง่ายขึ้น ก็คือ ต้องเป็นทำเลที่คนเห็นร้านได้ง่าย, ภาพลักษณ์ร้านดึงดูดน่าสนใจ, เป็นย่านที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหนาแน่นเพียงพอ, ที่ตั้งร้านอยู่ในบริเวณที่เป็นศูนย์กลางกิจกรรมต่าง ๆ, ลักษณะกายภาพร้านและทำเลต้องส่งเสริมกันทางบวก เช่น มีที่จอดรถ สะดวกในการเข้าร้าน เป็นต้น

ในส่วนของตัวสินค้า คือ “กาแฟ” การสร้างสินค้าให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย มีข้อพิจารณาคือ รสชาติและความสม่ำเสมอของรสชาติ มีการรับประกันคุณภาพ เช่น ความสดของเมล็ดกาแฟและวัตถุดิบอื่น ๆ โดยร้านที่จะประสบความสำเร็จจะต้องมีสินค้าขายดี และรวมถึงมีความหลากหลายด้วย

เรื่อง การบริการ ที่ก็สำคัญ มีข้อพิจารณาคือ บริการที่ลูกค้าคาดหวัง เช่น วิธีรับออร์เดอร์, เวลาในการเตรียมสินค้า, เวลารอคอยสินค้า, ลักษณะการเสิร์ฟ, น้ำดื่มและน้ำแข็งสะอาด ตลอดจนองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น เวลาทำการ, เมนูแนะนำ, ป้ายแสดงราคา, ห้องน้ำ, บริการเสริมต่าง ๆ เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ไวไฟอินเทอร์เน็ต ฯลฯ ขณะที่ การจัดร้าน บรรยากาศภายในและภายนอกร้าน ก็เป็นสิ่งที่ผู้ทำธุรกิจร้านกาแฟจะต้องให้ความสำคัญเช่นกัน

วัสดุอุปกรณ์ ประกอบการขายสำหรับร้านกาแฟ โดยทั่วไปก็จะประกอบด้วย เครื่องชงกาแฟ, เครื่องบด, อุปกรณ์เสริมต่าง ๆ, ตู้แช่, เมล็ดกาแฟ, แก้ว, ช้อน, ถุง, น้ำตาล, ไซรัป, ผงช็อกโกแลต, นม, หัวเชื้อ ฯลฯ และลงลึกอีกนิดกับอุปกรณ์ร้านกาแฟ ที่จำเป็นก็เช่น แก้วชอท, แก้วตวง 8 ออนซ์, ช้อนตักฟองนม, ช้อนคนส่วนผสม, เทอร์โมมิเตอร์, นาฬิกาจับเวลา, แก้ว 16 ออนซ์, แก้วร้อนคาปูชิโน, กระบะเคาะกาก, เหยือกตีฟองนม, แปรงปัดผงกาแฟขนาดเล็กและขนาดใหญ่, ขวดโรยผงโกโก้, แทมเปอร์ส, ขวดบีบซอส, หลอดกาแฟ

ผู้ที่เริ่มต้นธุรกิจกาแฟใหม่ ๆ หากเป็นร้านขนาดที่คาดว่าจะมีอัตราการชงกาแฟต่อวัน 50-150 แก้ว อาจใช้เครื่องชงกาแฟพร้อมเครื่องบดขนาด 1 หัวชงก็ได้ แต่ถ้าหากเป็นร้านขนาดใหญ่ที่มีอัตราการชงกาแฟต่อวันประมาณ 250-500 แก้ว ควรจะเลือกใช้เครื่องชงกาแฟพร้อมเครื่องบดขนาด 2 หัวชง จึงจะมีความเหมาะสม ขณะที่ในส่วนของสูตรกาแฟ ณ ที่นี้ก็มีมาบอกกันบางส่วน แต่กับสูตรกาแฟ-การชงกาแฟนั้น ควรต้องหาแหล่งเรียนรู้ ต้องฝึกฝน จึงจะชงกาแฟได้รสชาติดี

การทำธุรกิจร้านกาแฟนั้น ยังสามารถสร้างรายได้จากสินค้าเสริมต่าง ๆ ได้ด้วย เช่น ชา นม น้ำผลไม้ เบเกอรี่ สแนค ของหวาน บัตรเติมเงินมือถือ ฯลฯ แต่ทั้งนี้ที่มองข้ามไม่ได้เด็ดขาดในการเปิดร้านคือ ใบอนุญาต ข้อกำหนดข้อปฏิบัติของภาครัฐและชุมชนที่ตั้งร้าน เช่น การกำจัดขยะ และของเสียต่าง ๆ เป็นต้น

การทำธุรกิจร้านกาแฟได้รับความนิยมในสมัยนี้มาก


ธุรกิจอีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมในสมัยนี้คือร้านกาแฟ เนื่องจากเหมาะกับลูกค้าวัยทำงานผู้เร่งรีบในตอนเช้า ขณะเดียวกันพื้นที่ร้านยังเอื้ออำนวยให้ผู้ใช้เข้ามานั่งทำงานหรือพบปะสังสรรค์กัน การลงทุนทำร้านกาแฟจึงถือเป็นหนึ่งลู่ทางที่จะช่วยให้เจ้าของกิจการประสบความสำเร็จได้ หากเอ่ยถึง “ธุรกิจกาแฟ” คาดว่าเป็นธุรกิจของมนุษย์เงินเดือนอย่างเรานั้น มีความต้องการเปิดร้านมากที่สุด เนื่องจากเป็นการลงทุนที่สามารถควบคุมได้ ทั้งต้นทุน-กำไรและงบดุลที่คาดว่าจะขึ้นลงตามฤดูกาล ดังนั้นการเปิดร้านกาแฟจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนที่ต้องการเป็นเจ้าของร้านเอง

นอกจากอาศัยเงินทุนแล้ว การทำร้านกาแฟยังจำเป็นจะต้องมีองค์ประกอบอื่นๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ เพิ่ม รวมทั้งรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ ดังต่อไปนี้
- มนุษยสัมพันธ์นำไปสู่ความสนิทสนมกับลูกค้า
มนุษยสัมพันธ์ของพนักงานในร้านกาแฟถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะนอกจากจะสร้างภาพลักษณ์ของร้าน ยังช่วยสร้างความเป็นกันเองให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้าเกิดความสบายใจ เมื่อนึกอยากไปนั่งร้านกาแฟเขาจะกลับมาร้านของเราอีกครั้ง ดังนั้นพนักงานควรแสดงอัธยาศัยที่ดีกับลูกค้า เช่นการทักทาย มอบรอยยิ้ม สร้างบทสนทนาที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความเป็นกันเอง

- บรรยากาศในร้าน
กลุ่มลูกค้าของร้านกาแฟส่วนหนึ่งอาจเป็นนักเรียน/ นักศึกษา คนทำงาน ซึ่งอาจพกโน้ตบุ๊คติดตัวมานั่งทำงานด้วย ดังนั้นบรรยากาศของร้านจึงควรเงียบสงบพอสมควร หรือหากต้องการสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายไปพร้อมกันอาจเปิดดนตรีคลอเบาๆ

- ทักษะและความรู้เรื่องกาแฟของพนักงาน
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดึงดูดคนเข้าร้านกาแฟก็คือคุณภาพและรสชาติของกาแฟ ดังนั้นเจ้าของร้านจึงต้องคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกันผู้ชงกาแฟต้องมีทักษะในการชง รวมทั้งรสมือที่คงที่ เพราะหากรสมือของบาริสต้าเปลี่ยนแปลงบ่อย อาจทำให้ลูกค้าแก้วแรกที่เคยซื้อกาแฟจากร้านเรา เริ่มคิดเปลี่ยนใจไปร้านอื่นภายหลังสั่งเมนูเดิมแก้วที่สองแต่กลับรสชาติไม่อร่อยเหมือนเดิม ซึ่งจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ในภาพรวมด้วย

- ห้องน้ำสะอาดน่าเข้า
ในกรณีที่ร้านกาแฟให้บริการห้องน้ำ ควรคำนึงถึงคือการรักษาความสะอาดห้องน้ำสม่ำเสมอ เมื่อลูกค้าได้รับการบริการที่ดีทุกๆ ด้านอันรวมไปถึงห้องน้ำที่สะอาดน่าใช้ ก็จะเกิดความรู้สึกสบายใจและรู้สึกว่าร้านกาแฟร้านนี้น่านั่ง น่าใช้เวลาอยู่นานๆ และนี่อาจส่งผลให้เขาติดใจและกลับมาแวะเวียนร้านเราอีกครั้ง

- ฟรีอินเตอร์เน็ต
กลายเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้แล้วสำหรับฟรีอินเทอร์เน็ทสำหรับลูกค้าที่ต้องการเล่นอินเทอร์เน็ตบนมือถือเมื่ออยู่ในร้าน เพื่ออัพรูปต่างๆ หรือเพื่อใช้ทำงานจากโน้ตบุ๊ค อินเทอร์เน็ตจึงเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกอันดับต้นๆ ที่เจ้าของร้านกาแฟต้องมีไว้รองรับลูกค้า ซึ่งจะช่วยดึงดูดลูกค้าด้วย เพราะเมื่อลูกค้าต้องใช้อินเทอร์เน็ตนอกสถานที่ เขาจะมีร้านเราไว้ในรายชื่อในใจ

- บริการอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ
นอกจากกาแฟแล้ว ร้านกาแฟควรบริการอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ ซึ่งเหมาะสำหรับลูกค้าที่เข้ามานั่งทำงานในร้านนานๆ ทำให้ลูกค้ารายนั้นไม่ต้องหาซื้ออาหารข้างนอก และทำให้งานไม่สะดุด ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างรายได้เพิ่มให้กับทางร้านอีกช่องทางหนึ่ง

การทำร้านกาแฟถือได้ว่าเป็นงานบริการรูปแบบหนึ่ง ดังนั้นนอกจากจะบริการกาแฟรสชาติกลมกล่อมแล้ว ร้านกาแฟควรให้บริการและสร้างบรรยากาศในร้านที่ทำให้ลูกค้าประทับใจตั้งแต่แรกพบจนถึงเวลาที่กาแฟหมดถ้วยหรือจนลูกค้าเดินออกจากร้าน ซึ่งจะดึงดูดให้ลูกค้ากลับเข้ามาที่ร้านได้อีกครั้ง